บทที่ 7 ระบบสารเทศสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร
สรุปเนื้อหา
บทที่ 7
ระบบสารเทศสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจด้านการบริหาร
การตัดสินใจเป็นบาบาทสำคัญของผู้บริหารที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจขององค์การ
การมีสารสนเทศที่ดี และเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูล
รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีนั้น จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถพิจารณาทางเลือกต่างๆ
ได้อย่างรวดเร็ว คาดการณ์และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
โดยเริ่มจากการจัดการกับการตัดสินใจ
ระดับการตัดสินใจภายในองค์การ
ประเภทของการตัดสินใจ
ส่วนประกอบคุณสมบัติของระบบ DSS เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างDSS กับระบบสารสนเทศอื่น
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม(Group Decision
Support System: GDSS) ส่วนประกอบและประโยชน์ของ
GDSS รวมถึงการประยุกต์ใช้ระบบ DSS
การจัดการกับการตัดสินใจ
การจัดการ หมายถึง การบริหารอย่างเป็นระบบ
เป็นกิจกรรมที่กลุ่มบุคคลร่วมมือกันดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
โดยใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม และ เกิดประโยชน์สูงสุด กระบวนการจัดการนั้น ประกอบไปด้วย
การวางแผน การจัดองค์การ การสั่งการ
การควบคุม ดังนั้นผู้บริหารจะต้องนำความรู้
ความเข้าใจด้านการบริหารมาประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมกับการทำงาน สถานการณ์
และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันกันสูง ผู้บริหารจะต้องเลือก
วิเคราะห์ข้อมูลให้ได้สารสนเทศที่ง่ายต่อการเข้าใจ และบริหาร ตลอดจนมองหาโอกาส
และวางกลยุทธ์ได้อย่างชาญฉลาด
รวดเร็วเหนือคู่แข่งสามารถนำพาองค์การให้เจริญก้าวหน้าได้ระดับของการจัดการ แบ่งเป็น
3 ระดับ คือ
👉การจัดการระดับสูง ( Upper Level Management )
ผู้บริหารระดับสูงจะเป็นผู้กำหนด วิสัยทัศน์ นโยบาย เป้าหมาย
วัตถุประสงค์ รวมถึงการวางกลยุทธ์
และแผนระยะยาวขององค์การ จึงมีความต้องการสารสนเทศจากทั้งภายในองค์การ และสิ่งแวดล้อมภายนอก
สารสนเทศภายในแสดงถึง ผลสรุปการดำเนินงานของธุรกิจในองค์การ
ส่วนสารสนเทศจากสิ่งแวดล้อมภายนอกก็จะนำมาเป็นปัจจัยร่วมในการบริหาร เช่น
อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรม หรือส่วนแบ่งทางการตลาดของคู่แข่งขัน
👉การจัดการระดับกลาง ( Middle Level Management )
ผู้บริหารระดับกลาง มีหน้าที่ วางแผนยุทธวิธี
และประสานงานระหว่างผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารระดับต้น
ให้ดำเนินงานอย่างราบรื่น ปฏิบัติงานตามนโยบาย
หรือแผนงานที่ผู้บริหารระดับสูงกำหนด ข้อสรุปและสารสนเทศต่างๆ
ของการปฏิบัติงานจะถูกรวบรวมมาทำการวิเคราะห์ วางแนวทางการดำเนินงาน
และปรับปรุงเพื่อให้ทำงานบรรลุตามเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
👉การจัดการระดับต้น (Lower Level Management)
ผู้บริหารระดับต้นมีหน้าที่ควบคุม ดูแลการปฏิบัติงานประจำวัน
ขั้นตอนการทำงานมีรูปแบบแน่นอน การจัดการระดับนี้ต้องอาศัยข้อมูลจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดนำมาวิเคราะห์
เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ควบคุมให้สามารถดำเนินงานตามแผนระยะสั้นที่วางไว้
การตัดสินใจ (Decision Making) ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. การใช้ความคิดประกอบเหตุผล
= รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหา นำข้อมูลมาวิเคราะห์ตรวจสอบ แยกแยะ
กำหนดรายละเอียดของปัญหา
2. การออกแบบ = การพัฒนาวิเคราะห์ทางเลือกที่เป็นไปได้
อาจใช้ตัวแบบเพื่อสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหา ออกแบบหนทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
3. การคัดเลือก =
เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับปัญหาและสถานการณ์มากที่สุด อาจใช้เครื่องมือมาช่วยวิเคราะห์
คำนวณค่าใช้จ่าย ผลตอบแทนแต่ละแนวทาง เพื่อให้ได้ทางที่ดีที่สุด
4. การนำไปใช้ =
เป็นขั้นตอนที่นำผลการตัดสินใจไปปฏิบัติ ติดตามผลการปฏิบัติ
เพื่อตรวจสอบว่าดำเนินงานมีประสิทธิภาพ หรือขัดข้องประการใด
ระดับการตัดสินใจภายในองค์การ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ
1. การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic
Decision Making) = เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง
ที่จะกำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดนโยบาย วางแผนระยะยาวขององค์การให้บรรลุวัตถุประสงค์
2. การตัดสินใจเชิงยุทธวิธี (Tactical
Decision Making) = เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับกลาง
เช่น การจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นให้บรรลุวัตถุประสงค์ จัดสรรงบประมาณ กำหนดการผลิต
ยุทธวิธีทางการตลาด วางแผนงบประมาณ เป็นต้น
3.การตัดสินใจเชิงปฏิบัติการ (Operation
Decision Making) = เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารระดับปฏิบัติการเช่น
การควบคุมสินค้าคงคลัง การตัดสินใจในกระบวนการในการสั่งซื้อ
สามารถกำหนดไว้ล่วงหน้า และตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ
ประเภทของการตัดสินใจ มี 3
รูปแบบ คือ
1.การตัดสินใจแบบมีโครงสร้าง (Structured
Decision) = เป็นการตัดสินใจในระดับปฏิบัติการ
เป็นตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่มีขั้นตอน กระบวนการในการแก้ปัญหาแน่ชัด
2.การตัดสินใจแบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured
Decision ) = เป็นการตัดสินใจระดับสูง
เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่ไม่สามารถกำหนดการตัดสินใจล่วงหน้า
3.การตัดสินใจแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi structured
Decision) = เป็นการตัดสินใจในระดับกลาง
เป็นการตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาที่ระบุกระบวนการ วิธีการตัดสินใจไว้ล่วงหน้าบางส่วน
อีกส่วนต้องใช้ประสบการณ์และวิจารณญาณของผู้ตัดสินใจ
ความหมายของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
นิยามของระบบการสนับสนุนการตัดสินใจมีหลากหลายแตกต่างกันดังนี้
ลิตเทิล ให้นิยามว่า DSS คือกลุ่มของกระบวนการที่อาศัยตัวแบบในการประมวลข้อมูลและพิจารณาเพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจ
มัวร์ และ ชาง ให้นิยามของ DSS ว่า เป็นระบบที่เพิ่มความสามารถในการสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเฉพาะกิจบอนเช็ค และ คณะ ให้นิยามของ DSS ว่า
เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกัน ได้3
องค์ประกอบ คือ ระบบทางภาษา ระบบความรู้ ระบบกระบวนการแก้ปัญหา
คีน ให้นิยามของDSS ว่า คือผลผลิตของกระบวนการพัฒนา ซึ่งผู้ใช้
ผู้สร้างระบบ และตัวระบบเองมีความสามารถในการตอบสนอง และ มีอิทธิพลต่อกัน
ส่วนประกอบของ DSS ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
1. ส่วนจัดการข้อมูล ประกอบด้วยฐานข้อมูล
ระบบจัดการข้อมูลส่วนสอบถามข้อมูล สารบัญข้อมูลส่วนการดึงข้อมูล และข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งต่างๆทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ
2. ส่วนจัดการโมเดล ประกอบด้วยฐานแบบจำลอง ระบบจัดการฐานแบบจำลอง ภาษาแบบจำลอง สารบัญแบบจำลอง และส่วนดำเนินการแบบจำลอง
3. ส่วนจัดการโต้ตอบ
ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับระบบเป็นไปด้วยความสะดวก และง่ายต่อการใช้งานผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลนำเข้าและรูปแบบจำลองรวมอยู่ในการวิเคราะห์ได้สำหรับระบบDSS ชั้นสูงจะมีส่วนจัดการองค์ความรู้เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งส่วนจัดการองค์ความรู้ สำหรับระบบ DSS ขั้นสูงมีส่วนที่เรียกว่า
ส่วนจัดการองค์ความรู้ เป็นส่วนที่ช่วยแก้ปัญหาที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ
เพื่อให้ระบบDSS ทำงานได้ดีขึ้น
ระบบDSS มีส่วนจัดการองค์ความรู้เป็นองค์ประกอบด้วยจะเรียกว่า
➤ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจชาญฉลาด
➤ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจและผู้เชี่ยวชาญอิงฐานความรู้
➤ ระบบสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญ
➤ ระบบแอ็คทีฟDSS
➤ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจอิงฐานความรู้
ประเภทของระบบDSS เป็น 2 ประเภท คือ
1.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้รูปแบบเป็นหลัก ( Model driven DSS) เป็นระบบที่ใช้การจำลองสถานการณ์ และรูปแบบวิเคราะห์ต่างๆ
2.ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้ข้อมูลเป็นหลัก ( Data driven
DSS) เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากแหล่งต่างๆเพื่อนำมาวิเคราะห์
ลักษณะและความสามารถของระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
1.สนับสนุนการตัดสินใจทั้งในสถานการณ์แบบกึ่งโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง
2. สนับสนุนการทำงานของผู้บริหารหลายระดับ
3.สนับสนุนการตัดสินใจแบบเฉพาะบุคคลและแบบกลุ่มได้เนื่องจากปัญหามีความแตกต่างกัน
4.สนับสนุนการตัดสินปัญหาที่เกี่ยวพันซึ่งกัน หรือปัญหาแบบต่อเนื่อง
5. สนับสนุนทุกขั้นตอนของกระบวนการตัดสินใจ
6.สนับสนุนการตัดสินใจหลากหลายรูปแบบ
7.สามารถปรับข้อมูลเพื่อจัดการกับเงือนไขต่างๆที่เปลี่ยนแปลงได้
8.สามารถใช้งานได้ง่าย โดยระบบDSS จะเชื่อมต่อระบบภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ มีภาพประกอบ
9.เพิ่มประสิทธิผลในการตัดสินใจ มีความถูกต้องแม่นยำ รวดเร็ว
10.ผู้ทำการตัดสินใจสามารถควบคุมทุกขั้นตอนในการตัดสินใจแก้ปัญหา
11.ผู้ใช้สามารถปรับปรุงระบบDSSขนาดเล็กได้ด้วยตนเอง
12.มีการใช้แบบจำลองเพื่อช่วยในการวิเคราะห์สถานการณ์ตัดสินใจ
13.สามารถเข้าถึงข้อมูลจากหลายแหล่งได้
ความแตกต่างระหว่างระบบDSS และระบบสารสนเทศอื่น
ระบบDSS เป็นระบบที่จัดทำให้ฝ่ายบริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิเคราะห์ขององค์การ
เพื่ออำนวยความสะดวกในการหาข้อมูลทั้งเกี่ยวข้องกับปัญหาแบบกึ่งโครงสร้าง
และไม่มีโครงสร้าง สำหรับระบบTPSมีการจัดข้อมูลสำหรับงานประจำวัน
มีกฎเกณฑ์การทำงานที่
ชัดเจน สำหรับระบบMIS จะให้สารสนเทศเพื่อการควบคุม ตรวจสอบการปฏิบัติงาน สรุปผลการดำเนินงาน
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจส่วนบุคคล
เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของแต่ละบุคคลซึ่งผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆได้ด้วยตนเอง
ระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม(Group Decision
Support System; GDSS)
เป็นระบบแบบโต้ตอบที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจร่วมกันของกลุ่มบุคคล
ระบบนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์
ส่วนประกอบของGDSS มีส่วนประกอบที่สำคัญ
ดังนี้
1. อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกในการประชุม เช่น โต๊ะ เครื่องเสียง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
2.ชุดคำสั่ง แบบสอบถามอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือระดมความคิดทางอิเล็กทรอนิกส์ เครื่อง มือช่วยกำหนดนโยบาย
3.ฐานแบบจำลองของระบบ
ประกอบด้วยแบบจำลองเช่นเดียวกับ ระบบDSS ส่วนบุคคล
4.บุคลากร สมาชิกในกลุ่ม
และผู้สนับสนุนด้านต่างๆ
ประโยชน์ของGDSS ช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่ม ดังนี้
ประโยชน์ของGDSS ช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่ม ดังนี้
1.เตรียมความพร้อมในการประชุม
2.อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารระหว่างสมาชิกกลุ่ม
3.ส่งเสริมและสร้างบรรยากาศในการร่วมมือกันระหว่างสมาชิก
4.จัดเตรียมข้อมูลสารสนเทศให้เหมาะสม
5.จัดลำดับความสำคัญของปัญหา
6.อำนวยความสะดวกในการจัดเอกสารประกอบการประชุม
6.อำนวยความสะดวกในการจัดเอกสารประกอบการประชุม
➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧
แบบฝึกหัดท้ายบท 💬
1.)
อะไรคือความแตกต่างระหว่างความสามารถของผู้บริหารในการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามความต้องการของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
และความสามารถจัดการ เรื่องบริหารการตัดสินใจโดยใช้ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ตอบ
เพื่อสนับสนุนการจัดการในระหว่างขั้นตอนตัดสินใจระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่ใช้คือ
1. รูปแบบจำลองในการวิเคราะห์
2. ฐานข้อมูลเฉพาะ
3. ผู้ที่ตัดสินใจหรือผู้ตัดสิน
4. การติดต่อระหว่างกันขั้นตอนการสร้างรูปแบบจำลองในระบบคอมพิวเตอร์เป็นสนับสนุนที่จัดทำขึ้นแบบกึ่งโครงสร้างและแบบไม่มีโครงสร้างจากผู้จัดการแต่ละคน
2.) ระบบงานการขาย มีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก
เมื่อต้องการข้อมูลสำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากความต้องการเรื่องกลยุทธ์
เทคนิค และการบริหารการตัดสินใจในธุรกิจเปลี่ยนไป
ให้นักศึกษาอธิบายเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงนี้
ตอบ ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการแข่งขันค่อนข้างสูง
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องอาศัยชั้นเชิงในการบริหารที่เหนือกว่าคู่แข่งหรืออาศัยความว่องไวในการปรับตัวให้ทันต่อภาวะการแข่งขันที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
3.) มีแนวทางไหนบ้าง
ที่นักศึกษาใช้โปรแกรมตารางคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ การทำงานร่วมกันของ ระบบอินทราเน็ตกลายเป็นสิ่งเข้าอย่างรวดเร็ว
ที่ทำให้กล่าวได้ว่าระบบสารสนเทศของทุกๆคน (Everyones
Information System) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ
4.) ทำไมการใช้ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารระดับสูง
จึงขยายไปยังระดับกลาง และขยายไปทั้งหมดทุกแผนในองค์การ
ตอบ บริหารระดับสูง กำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์นโยบายและการวางแผนภายในองค์กรและรวมของทิศทางด้านการเมือง
เศรษฐกิจ และการแข่งขันทางธุรกิจบริหารระดับกลาง
กำหนดตารางงบประมาณและนโยบายขั้นตอนการทำงานและเป้าหมายของธุรกิจสำหรับหน่วยย่อยภายในองค์กร
การจัดสรรแหล่งข้อมูลและตรวจดูการทำงานของหน่วยย่อยภายในองค์กร ขั้นตอนการทำงานของทีมงาน
ทีมงานโครงการและกลุ่มทำงาน
5.) ทำไมเครื่องคอมพิวเตอร์จึงสามารถคิดได้ อธิบายเหตุผล
ตอบ คอมพิวเตอร์ คือ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อเนกประสงค์ที่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ
สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านต่างๆให้ได้ตามความต้องการของมนุษย์ เช่น
ด้านการศึกษางานวิจัย วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นต้น
6.) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในองค์กร ส่วนไหนสำคัญที่สุด
บอกเหตุผลที่นักศึกษาเลือก
ตอบ ความเจริญก้าวหน้าของคอมพิวเตอร์เป็นไปในทุกด้าน ทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
การที่มีการพัฒนาการเจริญก้าวหน้า
จึงทำให้นักคอมพิวเตอร์ตั้งความหวังที่จะทำให้คอมพิวเตอร์มีความฉลาดและสามารถตัดสินใจเพื่อช่วยทำงานของมนุษย์ได้มากขึ้น
โดยเฉพาะวิทยาการด้านปัญญาประดิษฐ์
ซึ่งเชื่อกันว่าจะเป็นวิทยาการที่จะช่วยให้มนุษย์ใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหาต่างๆที่สำคัญ
เช่น
การให้คอมพิวเตอร์เข้าใจศาสตร์ภาษามนุษย์รู้จักการใช้เหตุผลการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างหุ่นยนต์
7.) การผสมผสานระหว่างระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือเส้นประสาท
จะก้าวหน้าต่ออย่างไรไม่หยุดยั้ง
นักศึกษาคาดหวังว่าจะเกิดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างไรบ้าง
ตอบ ระบบผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายเส้นประสาท
ซึ่งสามารถร่วมกันทำงานภายในระบบที่มีการเตรียมการทำงานที่ดีที่สุดของเทคโนโลยี
8.) อะไรคือขอบเขตจำกัด
หรืออันตรายที่นักศึกษามองเห็นในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น
ระบบผู้เชี่ยวชาญ ความจริงเสมือน และอะไรที่จะลดขนาดของผลกระทบเหล่านี้ลงได้
ตอบ เป็นการจำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
ความจริงเสมือนจริงเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ที่พยายามที่จะสร้างให้เป็นธรรมชาติ
ดูเสมือนจริงมีความรู้สึกเหมือนมนุษย์
ที่อาศัยอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและส่งข้อมูลที่มีหลากหลายทางความรู้สึก เช่น
หูฟังกับเครื่องเล่นดีวีทัศน์
ถุงมือส่งข้อมูลและชุดเสื้อกางเกงกับตัวตรวจจับไฟเบอร์ออฟติค
ที่ติดไว้ตามร่างกายของคุณเวลาที่คุณเคลื่อนไหว
➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧
กรณีศึกษา 7.1 💬
1.) ทำไมการทำงานร่วมกันในระบบอินทราเน็ตจึงกลายมาเป็น " ระบบสารสนเทศของทุกๆ คน
ตอบ
บริษัทใช้ระบบอินรทาเน็ตและเครื่องมือคันหาหรือเซิร์สเอนจิน ( Search Engine ) เพื่ออธิบายระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ระบบสนับสนุนในการตัดสินใจ
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร
และการทำงานร่วมกันภายในองค์กร
2.) อะไรเป็นแนวคิดระบบสารสนเทศที่คุณได้จากระบบอิทราเน็ตของบริษัทและเครื่องมือค้นหาของ
Fulcrum
ตอบ บริษัทโดยผ่าน Fulcrum ที่ใช้เป็นเครื่องมือคันหาและเครื่องมือภายในกลุ่ม ผลที่ได้คือ สะพานแขวนขนาด 10
ช่องทางที่ออกแบบโดยบริษัท
3.) อะไรเป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจสำหรับบระบบอินทราเน็ตและเครื่องมือค้นหาภายในบริษัท
ตอบ
เพื่อแบ่งบันประการณ์และความรู้ของพวกเขาในการปรับปรุงงานบริษัทและโครงการทางวิศวกรรมต่างๆ
ซึ่งในการสนทนาผ่านระบบ PAN
จะตั๋วหัวเรื่องในการสนทนา
➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧
กรณีศึกษา 7.2 💬
1.)
อะไรเป็นมูลค่าทางธุรกิจของการประมวลผลการวิเคราะห์ออนไลน์ของบริษัท Office Depot
ตอบ บริษัทสูญเสียพนักงานที่มีประสิทธิภาพกว่า 12
คนซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยเหลือในการสร้างารายงานของการขายสินค้าใน 600 ร้านทั่วโลก
2.)
บริษัท Office Depot ได้ผลจากการลงทุนสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำ
OLAP ไปใช้งานอย่างไร
ตอบ โดยเป็นการใช้งานจากลูกค้าจำนวน
200 รายและผู้บริหารทางด้านการเงิน บริษัท Office Depot ได้จัดสร้าง สิ่งที่ถูกต้อง สมควร ( Respectable ) ซึ่งทำให้การขายสูงถึง
4 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปีหลัง
โดยกลุ่มคนที่เป็นผู้ค้าร่วมกับเครื่องมือในการวิเคราะห์ของตัวเอง
3.) บริษัท Office Depot ควรที่จะมีการเตรียมให้ผู้จัดส่งสินค้าผ่านเอ็กซ์ทราเน็ตเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดหรือไม่ เพราะอะไร
ตอบ
เตรียมผู้จัดหาตลาดสินค้าที่มีการทำงานร่วมกับการเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดในระบบอินทราเน็ตที่ใช้ Wirfd ของการเชื่อมโยงใน OLAP บริษัทพร้อมจะแบ่งส่วนในการทำงานของการขายร่วมกับผู้จัดหาสินค้าหลักอีกสองแหล่งทั้งหมด
➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧
คำถาม ?
1. ข้อใดไม่ใช่ 3 ส่วนของขอบเขตของปัญญาประดิษฐ์
ก.
ศาสตร์แห่งการรับรู้
ข. หุ่นยนต์
วิศวกรรม และชีววิทยา
ค. ลักษณะการทำงานที่เป็นธรรมชาติ
ง. การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
2. แหล่งฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มทางการตลาด อยู่ในข้อใด
ก.
การนำข้อมูลกลับคืนมา
ข. การสนับสนุนการตัดสินใจ
ค. ความจริงเสมือน
ง. เครือข่ายเส้นประสาท
3. วิศวะที่มีความรู้ คือความหมายในข้อใด
ก. เป็นเครื่องมือในการพัฒนาซึ่งเป็นชุดซอฟต์แวร์
ข. เป็นระบบผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยบริษัทออกแบบโฆษณา
ค. บุคคลที่ทำงานด้วยความชำนาญ
ที่มีความรู้
ง. การใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวข้องในการตอบโต้
4. การรวบรวมเป็นหนึ่งเดียวจะเกี่ยวข้องการรวมกันของข้อมูล
คือความหมายในข้อใด
ก. การเจาะลึก
ข. การรวบรวมให้เป็นหนึ่งเดียว
ค. การแบ่งส่วนกลุ่มและการสุ่ม
ง. รายงานการยกเว้น
5. การวิเคราะห์แบบใดผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงตัวแปรหรือจำนวนความสัมพันธ์ของตัวแปรได้
ก.
การวิเคราะห์แบบละเอียด
ข.
การวิเคราะห์แบบวอทอิฟ
ค.
การวิเคราะห์แบบค้นหาเป้าหมาย
ง.
การวิเคราะห์แบบเหมาะสม
6. ชีววิทยา ประสาทวิทยา
จิตวิทยา คณิตศาสตร์ เป็นปัญญาประดิษฐ์แบบใด
ก. Cognitive Science
ข. Robotics
ค. Natural Interface
ง. Natural Networks
7. ผู้บริหารระดับต้นใช้โครงสร้างการตัดสินใจแบบใด
ก.
แบบไม่มีโครงสร้าง
ข.
แบบกึ่งโครงสร้าง
ค. แบบโครงสร้าง
ง. ถูกทุกข้อ
8. ระบบสารสนเทศในข้อใดที่มีการรวบรวมเอาลักษณะการทำงานของสารสนเทศเพื่อการจัดการหลายๆตัวรวมกับระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ
ก. ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหาร
ข. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ค. การจัดการด้านกลยุทธวิธี
ง. ไม่มีข้อถูก
9. ส่วนของการปฏิบัติการหลักของปัญญาประดิษฐ์ในการปฏบัติการหลายอย่างของปัญญาประดิษฐ์ที่จัดกลุ่มได้กี่ส่วน
ก. 6 ส่วน
ข. 4 ส่วน
ค. 5 ส่วน
ง. 3 ส่วน
10. การจัดการในการตัดสินใจนั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อความสำเร็จภายในองค์กร
อันได้แก่อะไรบ้าง
ก. การจัดการด้านกลยุทธ์
ข. การจัดการด้านยุทธ์วิธี
ค. การจัดการด้านการปฏิบัติการ
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย 💭 1.ง 2.ก 3.ค 4.ข 5.ข 6.ก 7.ค 8.ก 9.ง 10.ง
➞➞➞➞➞➞➞➞➞➞➞➞
เอกสารอ้างอิง
เอกสารประกอบการสอนวิชาระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทางการบริหาร ( Planning
Management Information System ) เรีบยเรียงโดย อาจารย์ทาริกา รัตนโสภา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น