บทที่ 4 ภาพรวมของการจัดการ : การจัดการฐานช้อมูล

สรุปเนื้อหา
ภาพรวมของการจัดการ : การจัดการฐานข้อมูล

👉การจัดการฐานข้อมูล​ : การจัดการทรัพยากรข้อมูล
       ข้อมูล Data เป็นทรัพยากรสำคัญ ที่จำเป็นในการจัดการเหมือนกับทรัพย์สินอื่นๆของธุรกิจองค์กรส่วนใหญ่จะไม่สามารถอยู่รอดหรือประสบความสำเร็จได้หากปราศจากข้อมูลที่มีคุณภาพ Quality​ Data​ เพื่อการดำเนินกิจการภายในและที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมภายนอก
👉แนวคิดพื้นฐาน ( Foundation Data Concept )
        แนวคิดพื้นฐานว่าข้อมูลถูกจัดระเบียน ในระบบสารสนเทศได้อย่างไรระดับของข้อมูลมีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มหรือส่วนย่อยของข้อมูลดังนั้นข้อมูล อาจถูกจัดระเบียบเชิงตรรกะในรูปตัวอักขระ คำ ประโยค และย่อหน้า
        ➧ ตัวอักขระ (character) ส่วนย่อยของข้อมูลเชิงตรรกะขั้นต้นซึ่งประกอบด้วยตัว อักษร ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ 1 ตัว อาจมีข้อโต้แย้งว่า บิตหรือไบท์ น่าจะเป็นส่วนย่อยของข้อมูลขั้นต้นมากกว่า
        ➧ เขตข้อมูล ( Field )ระดับถัดไป เป็นเขตข้อมูลหรือหน่วยข้อมูล Data Item เขตข้อมูลประกอบด้วยกลุ่มของอักขระ เช่น กลุ่มของตัวอักขระ ที่เป็นตัวอักษรของชื่อบุคคลอยู่ในรูปแบบของเขตข้อมูลชื่อ และกลุ่มของตัวเลขยอดขายอยู่ในรูปแบบของเขตข้อมูลยอดขาย
        ➧ ระเบียน ( Records ) เขตข้อมูล ที่สัมพันธ์กันถูกจัดเป็นกลุ่ม ในรูปแบบระเบียน แสดงการรวบรวมคุณสมบัติที่ใช้อธิบายเอนทิตี้ entity เช่น ระเบียนเงินเดือน ซึ่งประกอบด้วยเขตข้อมูลที่อธิบายถึงคุณสมบัติเช่น ชื่อคน หมายเลขประกันสังคม และอัตราค่าจ้าง
         ➧ แฟ้ม ( File ) กลุ่มของระเบียน ที่สัมพันธ์กัน เรียกว่า แฟ้มหรือตาราง เช่น พนักงานจะประกอบด้วย ระเบียนพนัก งาน แสงอาจจะไม่ได้ตามความถี่ของการใช้งาน เช่น Sam เงินเดือน หรือแฟ้มสินค้าคงคลัง หรือ ตามประเภทของเอกสารที่ เก็บ
        ➧ แฟ้มหลัก( Master file ) กับแฟ้มรายการเปลี่ยนแปลง แฟ้มรายการเปลี่ยนแปลงประกอบด้วย ระเบียนของรายการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างงวด และอาจนำมาใช้เป็นระยะระยะ เพื่อการปรับปรุงระเบียน ในแฟ้มหลัก แฟ้มประวัติรายการเปลี่ยนแปลงที่ล้าสมัย
        ➧ ฐานข้อมูล ( database ) เป็นการรวบรวมแบบบูรณาการของระเบียน หรือ object ในเชิงตรรกะที่สัมพันธ์กัน อันประกอบด้วยข้อมูลที่ใช้อธิบายถึง entity รวมถึงการปฏิบัติงานกับข้อมูลนั้น
        ฐานข้อมูลเป็นที่รวบรวมระเบียนที่เก็บในรูปแบบแฟ้ม ให้เป็นระเบียงส่วนกลางเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการใช้งานข้อมูลที่เก็บในฐานข้อมูลจึงเป็นอิสระไม่ขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้งาน และเป็นอิสระจากอุปกรณ์ที่จัดเก็บ
👉ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล
        ระบบฐานข้อมูล (Database System) หมายถึงโครงสร้างสารสนเทศ ที่ประกอบด้วยรายละเอียดของข้อมูลที่มี ความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกัน ที่จะนำมาใช้ในระบบงานต่าง ๆ ร่วมกัน ระบบฐานข้อมูล จึงนับเป็นการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยผู้ใช้สามารถจัดการกับข้อมูลได้ในลักษณะต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มข้อมูล การแก้ไข การลบ การค้นหา ตลอดจนการเรียกดูข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งส่วนจะเป็นการประยุกต์นำเอาระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการจัดการฐานข้อมูล และนำฐานข้อมูลผ่านกระบวนการประมวลผลและแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ต้องการ
👉คำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล
        1.บิต (Bit)
        หมายถึง หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด เป็นข้อมูลที่มีการจัดเก็บในลักษณะของเลขฐานสอง คือ 0 กับ 1
        2.ไบต์ (Byte)
        หมายถึง หน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำบิตมารวมกันเป็นตัวอักขระหรือตัวอักษร (Character) 
        3.ฟิลด์ (Field)
        หมายถึง เขตข้อมูล หรือหน่วยของข้อมูลที่ประกอบขึ้นจากไบต์หรือตัวอักขระตั้งแต่หนึ่งตัว ขึ้นไป มารวมกันแล้วได้ความหมายเป็นคำ เป็นข้อความ หรือของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ชื่อบุคคล ตำแหน่ง อายุ เป็นต้น
        4.เรคคอร์ด (Record)
        หมายถึง ระเบียน หรือหน่วยของข้อมูลที่เกิดจาการนำเอาฟิลด์หรือเขตข้อมูลหลายๆ เขตข้อมูลที่เกี่ยวข้องมารวมกัน เพื่อเกิดเป็นรายการข้อมูลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ข้อมูลของพนักงาน 1 ระเบียน (1 คน) จะประกอบด้วยฟิลด์ รหัสพนักงาน ชื่อ-สกุล ที่อยู่ ตำแหน่ง เงินเดือน เป็นต้น
        5.ไฟล์ (File)
        หมายถึง แฟ้มข้อมูล หรือหน่วยของข้อมูลที่เกิดจาการนำข้อมูลหลาย ๆ ระเบียนที่เป็นเรื่องเดียวกัน เช่น แฟ้มข้อมูลพนักงาน แฟ้มข้อมูลลูกค้า แฟ้มข้อมูลสินค้า ฯลฯ ส่วนในระบบฐานข้อมูล ก็จะมีคำศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ควรรู้จักซึ่งจะกล่าวถึงในลำดับต่อไป
        6.เอนทิตี้ (Entity)
        หมายถึง ชื่อของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เปรียบเสมือนคำนาม อาจได้แก่ คน สถานที่ สิ่งของ การกระทำ ซึ่งต้องการจัดเก็บข้อมูลไว้ เช่น เอนทิตี้พนักงาน เอนทิตี้นักเรียน เป็นต้น
        บางเอนทิตี้อาจไม่มีความหมายหากปราศจากเอนทิตี้อื่นในฐานข้อมูล เช่น เอนทิตี้ประวัติของพนักงานจะไม่มีความหมายหากปราศจากเอนทิตี้พนักงาน เพราะจะไม่ทราบว่าเป็นประวัติของพนักงานคนใด เช่นนี้แล้วเอนทิตี้ประวัติพนักงานนับเป็นเอนทิตี้ชนิดอ่อนแอ (Weak Entity) 
        7.แอททริบิวต์ (Attribute)
        หมายถึง รายละเอียดข้อมูลที่แสดงลักษณะและคุณสมบัติของแอททริบิวต์หนึ่ง ๆ เช่น เอนทิตี้สินค้า ประกอบด้วย แอททริบิวต์รหัสสินค้า ประเภทสินค้า ชื่อสินค้า ราคาต่อหน่วย เป็นต้น บางเอนทิตี้ก็ยังอาจประกอบด้วยข้อมูลหลายส่วน หลายแอททริบิวต์ย่อยมารวมกัน เช่น แอททริบิวต์ที่อยู่พนักงาน ประกอบด้วย บ้านเลขที่ ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด เช่นนี้แล้ว แอททริบิวต์ที่อยู่พนักงานจึงเรียกว่าเป็น แอททริบิวต์ผสม (Composite Attribute)
         บางแอททริบิวต์ก็อาจไม่มีค่าของตัวมันเอง แต่จะสามารถหาค่าได้จากแอททริบิวต์อื่น ๆ เช่น แอททริบิวต์อายุปัจจุบัน อาจคำนวณได้จากแอททริบิวต์วันเกิดลักษณะเช่นนี้จึงอาจเรียก แอททริบิวต์อายุว่าเป็น แอททริบิวต์ที่แปลค่ามา (Derived Attribute)
👉ฐานข้อมูล 
        แบ่งความสัมพันธ์ออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ 
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง 
ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม 
ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม 
        นอกจากนี้ฐานข้อมูลได้มีการจำลองข้อมูลเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ๆ มีการจำลองออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ 
การจำลองแบบลำดับชั้น 
การจำลองแบบเครือข่าย 
การจำลองแบบเชิงสัมพันธ์
👉องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล
        เนื่องจากขอบเขตการจัดการฐานข้อมูลนั้นกว้างมาก ดังนั้นเราจึงน่าจะรู้จักกับองค์ประกอบต่าง ๆ ของฐานข้อมูล
        1. User คือ ผู้ใช้งานฐานข้อมูลโดยคนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูลก็ได้ แต่รู้ว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้างในการทำงาน
        2. Data คือ ข้อมูลในฐานข้อมูล เป็นส่วนที่ถูกนำมาใช้งาน ถูกเก็บอยู่ภายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยในมุมมองของผู้ใช้งานนั้นข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในตารางต่าง ๆ ของฐานข้อมูล
        3. DBMS (Database Management System) คือซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่คอยจัดการดูแลฐานข้อมูลให้สามารถใช้งานได้ง่าย มีประสิทธิภาพ และรักษาข้อมูลที่เก็บอยู่ภายในให้เชื่อถือได้เสมอ
        4. Database Server คือระบบคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลในฐานข้อมูล ซึ่งมักจะติดตั้ง DBMS ไว้ภายในคอยทำหน้าที่ จัดการฐานข้อมูลโดยปกติมักจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ การทำงานในระดับสูงมากเพราะต้องคอยรับการใช้งานพร้อม ๆ กันจาก User
        5. DBA (Database Administrator) คือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลรักษาฐานข้อมูล โดยจะใช้ DBMS เป็นเครื่องมือและคอยจัดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับฐานข้อมูล 
👉ประโยชน์ของการจัดทำระบบฐานข้อมูล
        การรวบรวมข้อมูลต่างๆ เข้าเป็นระบบฐานข้อมูล โดยมีการออกแบบ การวิเคราะห์และสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูล ซึ่งมีประโยชน์ต่อการใช้งานในสำนักงานทั่วไปอย่างมาก ดังนี้
        1. ช่วยลดปัญหาของความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่จัดเก็บ เนื่องจากในขั้นตอนของการออกแบบฐานข้อมูล เมื่อพบข้อมูลบางส่วนที่ซ้ำซ้อนกันก็จะสามารถลดและปรับข้อมูลให้น้อยลง ขณะที่ยังคงความสามารถในการเรียกดูข้อมูลได้ดังเดิมโดย ใช้การกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล
        2. สามารถใช้ร่วมกันได้หลายคนและหลายหน่วยงานได้ ไม่จำกัดเฉพาะโปรแกรมในปัจจุบันเท่านั้นแต่สามารถใช้กับโปรแกรมที่จะพัฒนาในอนาคตด้วย
        3. สามารถหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกันของข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากความซ้ำซ้อนของข้อมูล ดังเหตุผลในข้อแรกเมื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลแล้ว ระบบฐานข้อมูลก็จะมีข้อมูลเรื่องใดๆ อยู่น้อยชุดที่สุด ซึ่งสะดวกในการแก้ไขปรับปรุงต่างจากในกรณีที่มีข้อมูลอย่างเดียวกันหลายชุด ถ้ามีการแก้ไขแล้วไม่ได้แก้ไขข้อมูลครบทุกชุด เมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลจะพบข้อมูลเรื่องเดียวกัน แต่มีเนื้อหาต่างกัน
        4. สามารถควบคุมความถูกต้องของข้อมูล ทั้งในเรื่องความถูกต้องของข้อมูลในแฟ้มข้อมูล (Relational Integrity) และความถูกต้องของความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล (Referential Integrity) สามารถควบคุมมาตรฐานของข้อมูลได้ทั้งในลักษณะรูปแบบของข้อมูล (Format) การกำหนดรหัส (Coding) ในข้อมูลเรื่องเดียวกันให้เหมือนกัน
        5. การจัดทำระบบฐานข้อมูล จะเป็นการวางแผนระบบข้อมูลขององค์กร หรือหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียและความขัดแย้งของข้อมูลที่อาจจะมีขึ้น ถ้าแต่ละแผนกแยกกันพัฒนาระบบข้อมูลของตนเอง
        6. สามารถควบคุมและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ เนื่องจากข้อมูลต่างๆ ถูกนำเข้ามาจัดเก็บในระบบฐานข้อมูล ซึ่งอยู่ที่ส่วนกลาง มีผู้ดูแลข้อมูลอย่างชัดเจน ผู้บริหารระบบฐานข้อมูล (Database Administration) ก็จะสามารถควบคุมการเข้าใช้ การแก้ไขข้อมูลของผู้เข้าใช้ทุกคน
        7. ทำให้มีความเป็นอิสระในการจัดการฐานข้อมูล ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดเก็บหรือการเรียกใช้ข้อมูล การประยุกต์ใช้ทำได้ง่าย
แนวคิดเชิงการจัดการฐานข้อมูล การพัฒนาฐานข้อมูลและซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล เป็นวิธีการพื้นฐานสมัยใหม่ของการจัดระเบียบข้อมูล แนวคิดเชิงการจัดการฐานข้อมูล Data Management Approach นั้นรวบรวมระเบียนและ object ให้เป็นฐานข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยโปรแกรมประยุกต์ Application Program
        ดังนั้นแนวคิดการจัดการฐานข้อมูลเกี่ยวข้องกับสามกิจกรรมเบื้องต้นคือ
        -​ การปรับปรุงและบำรุงรักษาฐานข้อมูล
        -​ การเตรียมสารสนเทศที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน
        -​  การเตรียมความสามารถในการโต้ตอบค้นหาและจัดทำรายงาน
👉การใช้ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (using database Management Software )
        ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล เป็นกลุ่มของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการควบคุมการสร้าง การบำรุง รักษา และการใช้ฐานข้อมูลขององค์กรและของผู้ใช้ทั้งในระดับไมโครคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ระดับกลาง และเมนเฟรม การใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลมี 4 หลัก ดังนี้
        1. การพัฒนาฐานข้อมูล( database Development) โปรแกรมสำเร็จรูปจัดการฐานข้อมูลเช่น Microsoft Access หรือ Lotus Approach อนุญาตให้ผู้ใช้พัฒนาฐานข้อมูลตามที่ต้องการได้โดยง่าย
        2. การสืบค้นฐานข้อมูล (Data interrogation) ความสามารถในการสืบค้นฐานข้อมูลเป็นผลประโยชน์หลักของระบบจัดการฐานข้อมูลผู้ใช้สามารถใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลสำหรับการขอสารสนเทศจากฐานข้อมูล
โดยการใช้ภาษาสอบถาม ดูตัวสร้างรายงาน ซึ่งทำให้สามารถรับคำตอบทันทีในรูปแบบของการแสดงทางจอภาพหรือรายงาน
        3. การบำรุงรักษาฐานข้อมูล (database Maintenance )ฐานข้อมูลขององค์กรต้องการการปรับปรุงให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง มีผลมาจากรายการเปลี่ยนแปลงใหม่หรือเหตุการณ์อื่นๆ และการเปลี่ยนแปลงเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ทั้งนี้ต้องทำให้แน่ใจในความถูกต้องของข้อมูลในฐานข้อมูล กระบวนการบำรุงรักษาฐานข้อมูลนี้ทำได้โดยโปรแกรมประมวลผลรายการเปลี่ยนแปลง และโปรแกรมสำเร็จรูปของผู้ใช้อื่นๆ ที่สนับสนุนระบบจัดการฐานข้อมูล
        4. การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์( Application Development )โปรแกรมสำเร็จรูประบบจัดการฐานข้อมูลมีบทบาทหลักในการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์สามารถใช้ภาษาโปรแกรมยุคที่ 4 และสร้างเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์จากโปรแกรมสำเร็จรูประบบจัดการฐานข้อมูล เช่น การใช้ระบบจัดการฐานข้อมูลเพื่อสร้างหน้าจอสำหรับป้อนข้อมูล แบบฟอร์ม รายงาน หรือหน้าเว็บ web page ของโปรแกรมธุรกิจได้โดยง่าย ระบบจัดการฐานข้อมูลทำให้งานของโปรแกรมเมอร์ง่ายขึ้น
👉ประเภทของฐานข้อมูล (types of database)
        การพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศและโปรแกรมประยุกต์ทางธุรกิจมีผลให้เกิดฐานข้อมูลหลายประเภทดังนี้
        ➧ ฐานข้อมูลเชิงปฏิบัติการ (operationaldatabase) เก็บรายละเอียดของข้อมูล ที่ต้องการเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการทั้งองค์กร อาจเรียกว่า ฐานข้อมูล Subject area database ฐานข้อมูลรายการเปลี่ยนแปลง transaction database หรือฐานข้อมูผลผลิต Production database
        ➧ ฐานข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (analytical database) เก็บข้อมูลและ สารสนเทศที่ดึงมาจากฐานข้อมูลเชิงปฏิบัติการและฐานข้อมูลภายนอก ประกอบด้วยข้อมูลสรุป และสารสนเทศที่จำเป็นต่อผู้จัดการองค์กรและผู้ใช้ อาจเรียกว่า ฐานข้อมูลเชิงจัดการ Management database ฐานข้อมูลสารสนเทศ information database ถึงฐานข้อมูลหลายมิติ Multidimensional database
        ➧ คลังข้อมูล (Data Warehouses) เก็บข้อมูลปัจจุบันและปีก่อนก่อน โดยดึงจากฐานข้อมูลเชิงปฏิบัติการต่างๆของ องค์กร เป็นแหล่งข้อมูลส่วนกลางที่ได้ถูกคัดเลือก แก้ไข จัดมาตรฐาน และรวบรวมเพื่อใช้สำหรับการวิเคราะห์ธุรกิจ การวิจัยตลาดและสนับสนุนการตัดสินใจ
        ➧ ฐานข้อมูลแบบกระจาย( distributed database )หลายๆองค์กรทำซ้ำ และกระจายสำเนา หรือบางส่วนของฐานข้อมูลไปยังไม่ขายเครือข่ายหลายๆสถานที่ ฐานข้อมูลแบบกระจายนี้สามารถติดตั้งอยู่บนเครื่องแม่ข่ายเครือข่าย www บน intranet ขององค์กร
        ➧ ฐานข้อมูลผู้ใช้ (End User database) ประกอบด้วยแฟ้มข้อมูลต่างๆ ที่พัฒนาโดยผู้ใช้ที่สถานีปลายทาง เช่น ผู้ใช้อาจจะมีเอกสารอิเล็กทรอนิกส์หลายๆสำเนาที่ได้ดาวน์โหลดจาก www จะโปรแกรมสำเร็จรูปประมวลผลคำ หรือรับจากไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
        ➧ ฐานข้อมูลภายนอก (External database) การเข้าถึงสารสนเทศที่มีค่าของฐานข้อมูลภายนอกจากพาณิชบริการต่อตรง commercial
👉ฐานข้อมูลสื่อหลายมิติบนเว็บ ( Hypermedia Database on the web ) 
        สิ่งที่ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างไม่อาจขัดขืนได้ขณะนี้ คือ อินเทอร์เน็ต เพราะสารสนเทศจำนวนมากข้ามไปมาบนอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นสื่อประสม ความต้องการฐานข้อมูลของธุรกิจ เพื่อเก็บ รับ และจัดการข้อมูลประเภทอื่นๆ ทั้งเอกสาร วีดีทัศน์และเสียง
👉การพิจารณาเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรข้อมูล
        ผู้ใช้ควรมีทรรศนะต่อข้อมูลว่าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่ต้องเรียนรู้การจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจในความสำเร็จและความอยู่รอดขององค์กร การจัดการฐานข้อมูลเป็นส่วนสำคัญของโปรแกรมประบุกต์ที่ใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศสำหรับจัดการทรัพยากรข้อมูลขององค์กร ดังนั้น ความพยายามหลักในการจัดการทรัพยากรข้อมูลมีความจำเป็นเพื่อชดเชยปัญหาที่มีผลมาจากการใช้แนวทางการจัดการฐานข้อมูล คือ 
        1. การบริหารระบบฐานข้อมูล ( Database Administration ) เป็นสิ่งที่สำคัญในกาจัดการทรัพยากรข้อมูลในการใช้เทคโนโลยีจัดการฐานข้อมูลที่เหมาะสม รวมทั้งการพัฒนาและการบำรุงรักษาพจนานุกรมข้อมูล การออกแบบ การติดตามผลการทำงานของฐานข้อมูล
        2. การวางแผนข้อมูล ( Data Planning ) เป็นการวางแผนขององค์กรและการวิเคราะห์หน้าที่ที่เน้นในเรื่องการจัดการทรัพยากรข้อมูล รวมทั้งการพัฒนาสถาปัตกรรมข้อมูลโดยรวมสำหรับทรัพยากรข้อมูลขององค์กรที่ผูกอยู่กับหน้าที่และแผนยุทธศาสตร์ของธุรกิจ วัตถุประสงค์และกระบวนการของหน่วยธุรกิจ
        3. การบริหารข้อมูล ( Data Administration ) เป็นหน้าที่สำคัญของการจัดการทรัพยากรข้อมูลอย่างหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการติดตั้งและบังคับใช้นโยบายและกระบวนคำสั่งสำหรับการจัดการข้อมูล
👉ประโยชน์และข้อจำกัดของการจัดการฐานข้อมูล ( Benefits and Limitations of Database Management )
        แนวคิดเชิงการจัดการฐานข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับผลประโยชน์ที่สำคัญๆมีหลายประการ เช่น การลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล การรวบรวข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อการเข้าถึงจากหลายโปรแกรมและหลายผู้ใช้ โปรแกรมเป็นอิสระจากรูปแบบของข้อมูลและประเภทของฮาร์ดแวร์สำหรับจัดเก็บ
👉โครงสร้างฐานข้อมูล ( Database Structures )
        ความสัมพันธ์ ระหว่างระเบียนเดี่ยว หลายๆ ระเบียน ที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูลนั้นอยู่บน พื้นฐานโครงสร้างข้อมูลเชิงตรรกะ ( Logical Data​ Structures )​ หรือแบบจำลอง ( Models ) โปรแกรมสำเร็จรูประบบจัดการฐานข้อมูลถูกออกแบบให้ใช้โครงสร้างข้อมูลเฉพาะเจาะจง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศที่เก็บอยู่ในฐานข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว โดยโครงสร้างฐานข้อมูลพิ้นฐานแบ่งออกเป็น 5 แบบ คือ
        1. โครงสร้างดำดับชั้น ( Hierarchical Structure ) แต่เดิมนั้นโปรแกรมสำเร็จรูป DBMS บนเมนเฟรมใช้โครงสร้างลำดับชั้นซึ่งเป็นความสัมพันธ์ระหว่างระเบียนจากโครงสร้างลำดับชั้นหรือแบบต้นไม้
        2. โครงสร้างแบบเครือข่าย ( Network Structure ) สามารถแสดงด้วยความสัมพันธ์เชิงตรรกะที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและยังคงใช้ในโปรแกรมสำเร็จรูป DBMS บนเมนเฟรมซึ่งอนุญาตความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่มเป็นแบบจำลองเครือที่สามารถเข้าถึงส่วนย่อยทางหนึ่งในหลายๆทาง
        3. โครงสร้างเชิงสัมพันธ์ ( Relational Structure ) เป็นที่นิยมมากที่สุดในบรรดาสามโครงสร้างนี้ มีการนำมาใช้กับโปรแกรมสำเร็จรูป DBMS ไมโครคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์และระบบเมนเฟรม ในแบบจำลองเชิงสัมพันธ์นั้นส่วนย่อยข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บในรูปแบบตาราง
        4. โครงสร้างเชิงหลายมิติ ( Multidimensional Structure ) มีความแตกต่างจากแบบจำลองเชิงสัมพันธ์ คือ ใช้โครงสร้างเชิงหลายมิติเพื่อจัดระเบียบข้อมูลและแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล
        5. แบบจำลองเชิงวัตถุ ( Object - Oriented Structure ) แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุได้รับพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของยุคใหม่ของโปรแกรมประยุกต์สื่อประสมเชิงเว็บ
👉เทคโนโลยีเชิงวัตถุในเว็บ​ (object Technology and the web)
        ซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลเชิงวัตถุ มีการใช้งานเพิ่มขึ้นในการจัดการฐานข้อมูลสื่อหลายมิติ และ Java Applets บน World Wide Web และอินทราเน็ตขององค์กรและเอ็กซ์ทราเน็ต ผู้เสนอทฤษฎีทางอุตสาหกรรมได้พยากรว่าระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงวัตถุจะกลายเป็นส่วนประกอบของซอฟต์แวร์ที่สำคัญในการจัดการหน้าสื่อประสมเชื่อมโยงหลายมิติและข้อมูลประเภทอื่นๆที่สนับสนุนเว็บไซต์ขององค์กร
👉การเข้าถึงฐานข้อมูล ( Accessing Databases )
        ประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ในการบำรุงรักษาฐานข้อมูลนั้น ระเบียนหรือออบเจ็กต์ที่มีการเพิ่ม ลบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจากรายการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ข้อมูลต้องเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้สารสนเทศถูกผลิตเพื่อตอบโต้กับคำร้องขอของผู้ใช้
เขตข้อมูลหลัก ( Key Fields ) การที่ระเบียนข้อมูลบรรจุเขตข้อมูลที่เป็นตัวระบุความแตกต่างหนึ่งหรือมากกว่าเป็นกุญแจเพื่อช่วยระบุตำแหน่งของระเบียน
การเข้าถึงโดยลำดับ ( Sequential Access ) หนึ่งในวิธีการแบบพื้นฐานเดิมในการเข้าถึงข้อมูลคือ การเข้าถึงโดยลำดับ วิธีการนี้ใช้การจัดระเบียบแบบตามลำดับ
การเข้าถึงโดยตรง ( Direct Access ) เมื่อใช้วิธีการเข้าถึงโดยตรงนี้ระเบียนจะไม่ต้องมีการจัดเรียงตามลำดับในสื่อหน่วยเก็บ
👉การพัฒนาฐานข้อมูล ( Database Development ) 
        การพัฒนาฐานข้อมูลขนาดเล็กกระทำได้โดยใช้โปรแกรมจัดการฐานข้อมูลสำเร็จรูปไมโครคอมพิวเตอร์สำหรับการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีประเภทข้อมูลที่ซับซ้อนอาจเป็นงานที่ซับซ้อนได้ในหลายๆบริษัท






******************************
        
      

💭 แบบฝึกหัดท้ายบท


1.ทำอย่างไร  ที่องค์กรธุรกิจสามารถที่จะใช้เครือข่ายระหว่างองค์กร  ในการจัดเก็บ  เข้าถึงและแจกจ่ายข้อมูล  สารสนเทศ ไปยังหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก
ตอบ ประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ในการบำรุงรักษาฐานข้อมูล ระเบียนหรือออบเจ็กต์ที่มีการเพิ่ม ลบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจากรายการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ข้อมูลต้องเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้สารสนเทศถูกผลิตเพื่อตอบโต้กับคำร้องขอของผู้ใช้

2.อะไรคือบทบาทของการจัดการฐานข้อมูล  การบริหารฐานข้อมูล  และการวางแผนที่จะใช้ข้อมูลมาเป็นส่วนสำคัญในการทำธุรกิจ
ตอบ - การจัดการฐานข้อมูลเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่จำเป็นในการจัดการเหมือนกับทรัพย์สินอื่นๆ ของธุรกิจ องค์กรต้องมีข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
        - การบริหารฐานข้อมูล เป็นหน้าที่สำคัญของการจัดการทรัพยากรข้อมูลอย่างหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการติดตั้งและบังคับใช้นโยบายและกระบวนคำสั่งสำหรับการจัดการข้อมูล
        - การวางแผนข้อมูล เป็นการวางแผนขององค์กรและการวิเคราะห์หน้าที่ที่เน้นในเรื่องการจัดการทรัพยากรข้อมูล

3.อะไรคือประโยชน์ของแนวคิดในการรวบรวมฐานข้อมูล  การเข้าถึง  และการจัดการทรัพยากรฐานข้อมูล  จงยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ คือ เป็นส่วนติดต่อระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูลให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ง่ายมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูล ในการบำรุงรักษาฐานข้อมูลและการจัดการทรัพยากรข้อมูลที่เป็นระบบ

4.อะไรคือบทบาทของระบบสารสนเทศในการจัดการระบบฐานข้อมูล

ตอบ รวบรวมระเบียนระเบียนและออบเจ็กต์ ให้เป็นฐานข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยโปรแกรมประยุกต์ เรียก ระบบจัดการฐานข้อมูล ทำหน้าที่เป็นส่วนติดต่อระหว่างผู้ใช้กับฐานข้อมูล ที่ช่วยผู้ใช้ให้เข้าถึงระเบียนในฐานข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

5. ฐานข้อมูลสารสนเทศนั้น  เป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการปฏิบัติการภายในองค์กร  ให้พิจารณาว่า ยังมีฐานข้อมูลประเภทใดอีกที่มีความสำคัญในธุรกิจปัจจุบัน
ตอบ โปรแกรมฐานข้อมูลที่นิยมใช้
         - โปรแกรมฐานข้อมูล เป็นโปรแกรมหรือซอฟแวร์ที่ช่วยจัดการข้อมูลหรือรายการต่าง ๆ ที่อยู่ในฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บ การเรียกใช้ การปรับปรุงข้อมูล
         -โปรแกรมฐานข้อมูล จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งโปรแกรมฐานข้อมมูลที่นิยมใช้มีอยู่ด้วยกันหลายตัว เช่น Access, FoxPro, Clipper, dBase, FoxBase, Oracle, SQL เป็นต้น โดยแต่ละโปรแกรมจะมีความสามารถต่างกัน บางโปรแกรมใช้ง่ายแต่จะจำกัดขอบเขตการใช้งาน บ่งโปรแกรมใช้งานยากกว่า แต่จะมีความสามารถในการทำงานมากกว่า
         -โปรแกรม Access นับเป็นโปรแกรมที่นิยมใช้กันมากในขณะนี้ โดยเฉพาะในระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถสร้างแบบฟอร์มที่ต้องการจะเรียกดูข้อมูลในฐานข้อมูล หลังจากบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะสามารถค้นหาหรือเรียกดูข้อมูลจากเขตข้อมูลใดก็ได้ นอกจากนี้ Access ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยการกำหนดรหัสผ่านเพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลในระบบได้ด้วย
         -โปรแกรม FoxPro เป็นโปรแกรมฐานข้อมูลที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด เนื่องจากใช้ง่ายทั้งวิธีการเรียกจากเมนูของ FoxPro และประยุกต์โปรแกรมขึ้นใช้งาน โปรแกรมที่เขียนด้วย FoxPro จะสามารถใช้กลับ dBase คำสั่งและฟังก์ชั่นต่าง ๆ ใน dBase จะสามารถใช้งานบน FoxPro ได้ นอกจากนี้ใน FoxPro ยังมีเครื่องมือช่วยในการเขียนโปรแกรม เช่น การสร้างรายงาน
         -โปรแกรม dBase เป็นโปรแกรมฐานข้อมูลชนิดหนึ่ง การใช้งานจะคล้ายกับโปรแกรม FoxPro ข้อมูลรายงานที่อยู่ในไฟล์บน dBase จะสามารถส่งไปประมวลผลในโปรแกรม Word Processor ได้ และแม้แต่ Excel ก็สามารถอ่านไฟล์ .DBF ที่สร้างขึ้นโดยโปรแกรม dBase ได้ด้วย
         -โปรแกรม SQL เป็นโปรแกรมฐานข้อมูลที่มีโครงสร้างของภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน มีประสิทธิภาพการทำงานสูง สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้โดยใช้คำสั่งเพียงไม่กี่คำสั่ง โปรแกรม SQL จึงเหมาะที่จะใช้กับระบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ และเป็นภาษาหนึ่งที่มีผู้นิยมใช้กันมาก โดยทั่วไปโปรแกรมฐานข้อมูลของบริษัทต่าง ๆ ที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น Oracle, DB2 ก็มักจะมีคำสั่ง SQL ที่ต่างจากมาตรฐานไปบ้างเพื่อให้เป็นจุดเด่นของแต่ละโปรแกรมไป

6.อะไรคือข้อดีหรือประโยชน์  และอะไรคือข้อจำกัดของตัวแบบความสัมพันธ์ของฐานข้อมูลที่ประยุกต์ใช้ในทางธุรกิจปัจจุบัน
ตอบ ประโยชน์และข้อจำกัดของการจัดการฐานข้อมูล
            เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประโยชน์ที่สำคัญๆ เช่น การลดการซ้ำซ้อนของข้อมูล การรวบรวมข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อการเข้าถึงจากหลายโปรแกรมและหลายผู้ใช้ โปรแกรมอิสระจากรูปแบบข้อมูลและประเภทของฮาร์ดแวร์สำหรับจัดเก็บ ผู้ใช้ได้รับรายงานและการสอบถาม การโต้ตอบ เพื่อได้สารสนเทศที่ต้องการโดยง่าย
          ข้อจำกัดของการจัดการฐานข้อมูลเพิ่มขึ้นเนื่องจากความซับซ้อนของเทคโนโลยีที่มากขึ้น ดังนั้น ทำให้เกินปัญหาจัดการทรัพยากรข้อมูล การพัฒนาข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีประเภทข้อมูลที่ซับซ้อนและการติดตั้ง DBMS ที่ยุ่งยากและค่าใช้จ่ายสูง

7.จงอธิบายถึงฐานข้อมูล คลังข้อมูลและตลาดข้อมูลในความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ   - ฐานข้อมูล เป็นการรวบรวมระเบียนที่เก็บในรูปแบบแฟ้ม เป็นอิสระจากอุปกรณ์ที่จัดเก็บ
           - คลังข้อมูล เก็บข้อมูลปัจจุบันและปีก่อนๆ โดยดึงข้อมูลเชิงปฏิบัติการต่างๆ ขององค์กร เป็นแหล่งข้อมูลส่วนกลางที่ได้ถูกคัดเลือก แกไข จัดมาตรฐานและรวบรวมเพื่อใช้สำหรับการวิเคราะห์ธุรกิจ การวิจัยตลาด และสนับสนุนการตัดสินใจ
           - ตลาดข้อมูล เป็นที่ที่มีแหล่งข้อมูลที่มีมาก เพื่อให้ผู้บริหารได้ทำการเลือกใช้ตามความต้องการ

8.ทำไมตัวแบบฐานข้อมูลเชิงวัตถุ  จึงได้รับกายอมรับในการนำเอามาพัฒนาและจัดการฐานข้อมูลทางธุรกิจบนเว็บ
ตอบ โครงสร้างเชิงวัตถุ แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของยุคใหม่ของโปรแกรมประยุกต์สื่อประสมเชิงเว็บ

9.ทำอย่างไรที่จะนำเอาอินเทอร์เน็ต และ  World  Wide Wed  มาใช้ในการจัดการทรัพยากรข้อมูลเพื่อประกอบการทำธุรกิจได้
ตอบ เป็นซอฟแวร์ที่สำคัญในการจัดการหน้าสื่อประสมเชื่อมโยงหลายมิติและข้อมูลประเภทอื่น ที่สนับสนุนเว็บไซท์ขององค์กรเป็นเพราะ OODBMS สามารถจัดการเรื่องการเข้าถึงและจัดเก็บออบเจ็กต์ เช่น เอกสาร ภาพกราฟิก วีดีทัศน์ อื่นๆ ได้โดยง่าย







*****************************

💭 คำถามกรณีศึกษา


1. Sear ใช้ข้อมูลภายนอกในคลังข้อมูลเพื่อปรับปรุงธุรกิจได้อย่างไร
ตอบ นำมาใช้เพื่อพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งร้านใหม่ ขณะที่ข้อมูลการตลาดทำให้บริษัทสามารถวัดผลการดำเนินงานกับเศรษฐกิจและคู่แข่งได้

2.มูลค่าทางธุรกิจ (Business Value) อะไรที่ MCI ได้รับจากคลังข้อมูลภายนอก
ตอบ นักวิเคราะห์การตลาดตรวจสอบรายชื่อภายนอก เพื่อให้แน่ใจว่ายังเป็นปัจจุบันและสารสนเทศที่
MCI ต้องการ รวมทั่งชื่อลูกค้ารายใหม่ด้วย "เราจ่ายเงินจำ นวนมากเพื่อให้ได้ข้อมูลและเราต้องแน่ใจว่าได้ของดีคุ้มกับเงินที่จ่ายไป"

3.ท่านคิดอย่างไรที่ Mary Ann Beach หมายถึงเมื่อเธอกล่าวถึงข้อมูลภายนอกว่าเป็น “ ความลับวิธีการที่ทำเงินให้เรา” ในการรณรงค์ทางด้านการตลาด
ตอบ เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะ การเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดข้อมูลที่หลากหลาย




***********************************

  💭 คำถามกรณีศึกษา

1.ผลประโยชน์ทางธุรกิจอะไรที่บริษัทคาดหวังจากการเปลี่ยนคลังข้อมูลและระบบธุรกิจปัจจุบันเป็นโปรแกรมประยุกต์ Oracle Suite
ตอบ เพิ่มข้อมูลการบริการลูกค้าสำหรับการดำเนินงานในต่างประเทศ เช่น เรื่องยอดขาย การตลาดและข้อมูลการเงิน

2.บทเรียนทางธุรกิจอะไรที่ บริษัทเรียนรู้จากการใช้คลังข้อมูลปัจจุบัน
ตอบ บทเรียนจากข้อมูลปัจจุบันเพื่อเคลื่อนไปข้างหน้า"Steve Cox"รองประธานและเจ้าหน้าที่หัวหน้าสารสนเทศของบริษัทกล่าว บทเรียนสำคัญที่Coxกล่าวถึงคือ ข้อมูลของคลังข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ของธุรกิจ "คลังข้อมูลช่วยให้เราเข้าใจธุรกิจทำให้เราวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจได้"

3.ข้อได้เปรียบและเสียเปรียบที่มีต่อผู้ใช้ของธุรกิจในการย้ายไปใช้โปรแกรมประยุกต์ Oracle Suite
ตอบ แน่นอนว่าการเปลี่ยนไปยังคลังข้อมูลสำเร็จรูปแบบบูรณาการและโปรแกรมประยุกต์จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมครั้งใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนที่ยากที่สุด "สิ่งท้าทายคือการทำให้ทุกคนพอใจสมความต้องการโดยเจ็บปวดน้อยที่สุดและยังคงสร้างสิ่งที่เราสามารถสนับสนุนได้ตามปกติ"




****************************

💭 แบบฝึกหัดย่อย

1.ข้อใดคือความหมายของข้อมูล
         ก. ข้อเท็จจริงหรือเรื่องราวต่างๆ
         ข. ข้อมูลที่เป็ยประโยชน์
         ค. การประมวลผล
         ง. ผิดทุกข้อ

2.ระบบฐานข้อมูล (Database System) คืออะไร
        ก. ข้อมูล
        ข. หน่วยของข้อมูล
        ค.โครงสร้างข้อมูล
        ง. โครงสร้างสารสนเทศ

3. ความหมายของ บิต (Bit) คือ
        ก. หน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำบิตมารวมกัน
        ข. หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด 
        ค. ระเบียนหรือหน่วยของข้อมูล
        ง. เขตของข้อมูล

4. ความหมายของ ไบต์ ( Byte ) คือ
        ก. หน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำบิตมารวมกัน
        ข. หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด 
        ค. ระเบียนหรือหน่วยของข้อมูล
        ง. เขตของข้อมูล

5. ความหมายของ ฟิลด์ ( Field) คือ
        ก. หน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำบิตมารวมกัน
        ข. หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด 
        ค. ระเบียนหรือหน่วยของข้อมูล
        ง. เขตของข้อมูล

6. ความหมายของ เรคคอร์ด ( Record )คือ
        ก. หน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำบิตมารวมกัน
        ข. หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด 
        ค. ระเบียนหรือหน่วยของข้อมูล
        ง. เขตของข้อมูล

7. การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ใช้ภาษายุคที่เท่าไหร่
        ก. ภาษาโปรแกรมยุกต์ที่สี่
        ข. ภาษาโปรแกรมยุกต์ที่สาม
        ค. ภาษาโปรแกรมยุกต์ที่สอง
        ง. ไม่มีข้อใดถูก

8. โครงสร้างฐานข้อมูลพื้นฐานแบ่งออกได้กี่แบบ
        ก. 3 แบบ
        ข. 4 แบบ
        ค. 5 แบบ
        ง. 6 แบบ

9. หน่วยของข้อมูลที่มีขนาดเล็กที่สูดคือข้อใด
        ก. เรคคอร์ด
        ข. บิต
        ค. ไบต์
        ง. ไฟล์

10. ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของการนำฐานข้อมูลมาใช้
        ก.สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
        ข. ลดความซับซ้อนของข้อมูลได้
        ค. ควบคุมความถูกต้องของข้อมูลได้
        ง. สร้างปัญหาความขัดแย้งของข้อมูล





*******************************
    



💬เฉลย  1.ก  2.ง  3.ข  4.ก  5.ง  6.ค  7.ก  8.ค  9.ข  10.ง







➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧➧


อ้างอิง

เอกสารประกอบการสอนวิชา ระบบสารสนเทศเพื่อการวางแผนทางการบริหาร ( Planning Management Information System ) เรีบยเรียงโดย อาจารย์ทาริกา รัตนโสภา












ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บทที่ 2 พื้นฐานของระบบสารสนเทศ

บทที่ 1 แนะนำระบบสารสนเทศในงานธุรกิจ